ลดหย่อนภาษี 2568 คือะไร

ลดหย่อนภาษี 2568 คือ สิทธิและรายการต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีรายได้สามารถนำมาหักออกจากเงินได้พึงประเมินก่อนคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปีภาษี 2568 เพื่อช่วยลดภาระภาษีที่ต้องชำระให้น้อยลง หรือได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้น

ในปี 2568 รัฐได้ปรับปรุงมาตรการลดหย่อนบางรายการ เช่น วงเงินค่าลดหย่อนประกันชีวิต/สุขภาพ , สิทธิลดหย่อนกองทุน RMF/SSF , ลดหย่อนเพื่อกระตุ้นการบริจาคหรือการลงทุนบางประเภท

ตอนที่ 1 : ประเภทการลดหย่อนภาษีหลักๆ

ตอนที่ 2 : สิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

ตอนที่ 3 : กลุ่มค่าลดหย่อนภาษีหลักที่คนทำงานต้องไม่พลาด

ตอนที่ 4 : เทคนิควางแผนลดหย่อนภาษีอย่างชาญฉลาด

ตอนที่ 5 : แนวโน้มการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีในอนาคต

ตอนที่ 6 : สรุป

ประเภทการลดหย่อนภาษีหลักๆ

ลดหย่อนภาษี 2568
  1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว เช่น ลดหย่อนส่วนบุคคล คู่สมรส บุตร
  2. ค่าลดหย่อนเพื่อการออมและการลงทุน เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF, SSF
  3. ค่าลดหย่อนจากภาระครอบครัว เช่น เลี้ยงดูพ่อแม่ พิการหรือทุพพลภาพ
  4. ค่าลดหย่อนเพื่อสังคม เช่น การบริจาคเงินช่วยเหลือ
  5. ค่าลดหย่อนจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อบ้าน

สิทธิประโยชน์การ ลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

🛍️ 1. โครงการ Easy E‑Receipt 2.0 (ช้อปดีมีคืน)

  • ซื้อสินค้า/บริการ (มี e‑Tax Invoice หรือ e‑Receipt) ตั้งแต่ 16 ม.ค.–28 ก.พ. 2568
  • ลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 บาท แบ่งเป็น 30,000 บาท สำหรับร้านค้าทั่วไป (VAT) , 20,000 บาท สำหรับร้าน OTOP, วิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม

 

📈 2. กองทุนลดหย่อนสิ่งแวดล้อม (Thai ESGX)

  • เงินลงทุนใหม่: ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน ไม่เกิน 300,000 บาท (ถือครองอย่างน้อย 5 ปี)
  • เงินสับเปลี่ยนจาก LTF เดิม: ลดหย่อนได้ 300,000 บาท ทยอยลดหย่อน 50,000 บาท/ปี

🏠 3. ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อ/สร้าง/ซ่อมบ้าน

  • ลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ได้จริง แต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาท
  • หากซื้อบ้านใหม่ในปี 2567 ยังได้รับลดหย่อนเพิ่มอีกครั้งละ 10% (ไม่เกิน 100,000 บาท)

💪 4. กองทุนเพื่อการเกษียณและสังคม

  • RMF, Provident Fund, กบข., กอช.: ลดหย่อนรวมกันได้ไม่เกิน 500,000 บาท หรือ 30% ของรายได้พึงประเมิน
  • Thai ESG (เดิม): ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท

🤝 5. เงินสมทบประกันสังคม

  • หักลดหย่อนเงินสมทบเข้าประกันสังคมได้จริง ไม่เกิน 9,000 บาท/ปี
  • หรือจะเป็น เว็บพนันออนไลน์ 

กลุ่มค่า ลดหย่อนภาษี 2568 หลักที่คนทำงานต้องไม่พลาด

ลดหย่อนภาษี 2568

1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว : 60,000 บาท
  • คู่สมรสไม่มีรายได้ : 60,000 บาท
  • บุตร (คนแรก) : 30,000 บาท
  • บุตรคนที่ 2 ขึ้นไป (เกิดปี 2561 เป็นต้นไป) : 60,000 บาท/คน
  • พ่อแม่ (ของตนและคู่สมรส) : คนละ 30,000 บาท (ตามเงื่อนไขอายุและรายได้)
  • ผู้พิการ/ทุพพลภาพที่เลี้ยงดู : คนละ 60,000 บาท

 

✅ 2. ค่าลดหย่อนเพื่อการออมและการลงทุน

  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กอช., RMF, SSF : รวมไม่เกิน 500,000 บาท (และไม่เกิน 30% ของเงินได้)
  • กองทุน Thai ESGX : สูงสุด 300,000 บาท (กรณีเงินใหม่)
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ : สูงสุด 200,000 บาท

 

✅ 3. ค่าลดหย่อนด้านที่อยู่อาศัย

  • ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน : สูงสุด 100,000 บาท
  • ค่าซื้อบ้านใหม่ (มาตรการกระตุ้น) : ลดหย่อนเพิ่มอีก 10% ของมูลค่าบ้าน (ไม่เกิน 100,000 บาท) สำหรับบ้านใหม่ปี 2567-68

 

✅ 4. ค่าลดหย่อนจากค่าใช้จ่ายทั่วไป

  • เบี้ยประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ : สูงสุด 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา : สูงสุด 15,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ : สูงสุด 200,000 บาท
  • ประกันสังคม : สูงสุด 9,000 บาท

 

✅ 5. ค่าลดหย่อนเพื่อสังคม/บริจาค

  • เงินบริจาคการศึกษา/สถานพยาบาล/กองทุนรัฐ : ลดหย่อนได้ 2 เท่า (ตามเงื่อนไข)
  • เงินบริจาคทั่วไป : ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ

เทคนิควางแผน ลดหย่อนภาษี 2568 อย่างชาญฉลาด

  1. ประเมินรายได้-ค่าใช้จ่ายประจำปีให้ชัดเจน
  • ก่อนเริ่มลดหย่อน ควรรวบรวมข้อมูลรายได้ตลอดปี เช่น เงินเดือน โบนัส รายได้เสริม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ลดหย่อน เพื่อรู้ว่าควรใช้สิทธิใดให้คุ้มค่าที่สุด

 

  1. ใช้สิทธิ Easy E-Receipt 2.0 ให้ครบ 50,000 บาท
  • ซื้อสินค้า/บริการในช่วง 1 ม.ค. – 28 ก.พ. 68 ผ่านร้านที่ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ลดหย่อนเพิ่มได้สูงสุด 50,000 บาท  เทคนิคนี้ง่าย ได้ผลเร็ว ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

 

  1. กระจายลงทุนในกองทุน RMF / SSF / Thai ESGX อย่างเหมาะสม
  • เลือก RMF / SSF / Thai ESGX ตามเป้าหมายการออมและวัย
  • หากถือ LTF เดิม พิจารณาสับเปลี่ยนเป็น Thai ESGX เพื่อรับสิทธิใหม่
  • ลดหย่อนรวมกองทุนสูงสุด 500,000 บาท หรือ 30% ของเงินได้

 

  1. เลือกซื้อประกันชีวิตและสุขภาพที่ได้ลดหย่อนครบวงเงิน
  • ประกันชีวิต ลดได้สูงสุด 100,000 บาท
  • ประกันสุขภาพของตนเอง + พ่อแม่ ลดเพิ่มอีก 15,000 บาท
  • ประกันบำนาญ ลดได้อีก 200,000 บาท (กรณีวางแผนเกษียณ)

 

  1. ใช้สิทธิลดหย่อนเพื่อครอบครัวให้ครบถ้วน
  • มีบุตร พ่อแม่ ผู้พิการที่ดูแลอยู่ – ห้ามลืมใช้สิทธิหักลดหย่อน
  • ดูเงื่อนไขของพ่อแม่ (อายุ, รายได้ไม่เกินเกณฑ์) เพื่อใช้สิทธิ

 

  1. ดอกเบี้ยบ้านอย่าลืม
  • ใครมีบ้านที่กู้ซื้อ ลดดอกเบี้ยได้ปีละ 100,000 บาทและถ้าซื้อบ้านใหม่ (ปี 67-68) ได้ลดเพิ่มอีก 10% ของราคาบ้าน (สูงสุด 100,000 บาท)

 

  1. วางแผนล่วงหน้า ไม่ช้อป/ลงทุนรีบเร่งปลายปี
  • สิทธิลดหย่อนบางประเภท เช่น RMF, SSF ต้องถือยาว วางแผนแต่เนิ่นๆ เพื่อเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมาย ไม่ใช่เลือกเพราะต้องลดหย่อนปลายปี

แนวโน้มการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีในอนาคต

  1. ยกเว้นภาษีเงินได้จากต่างประเทศ
  • กรมสรรพากรเสนอแนวนโยบายใหม่อนุญาตให้ผู้มีเงินได้สามารถนำเงินจากการลงทุนหรือรายได้จากต่างประเทศเข้าประเทศภายใน 2 ปีแรกโดยไม่ต้องเสียภาษี พิจารณานำมาใช้ตั้งปีภาษี 2567 เป็นต้นไป (เริ่มยื่น 2026)ใน เว็บพนันออนไลน์ 
  1. สิทธิประโยชน์ ESGX/Thai ESG ยืดเวลา – เพิ่มวงเงิน
  • สิทธิลดหย่อนกองทุน ESG กำลังได้รับความนิยม รัฐอาจต่อเวลา ESGX หรือขยายวงเงินลดหย่อนคงที่ที่ 300,000 บาท/ปี เหมือนมาตรการก่อนหน้า
  1. เพิ่มแรงจูงใจลดหย่อนเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและลงทุน
  • โครงการอย่าง Easy E‑Receipt หรือ ช้อปดีมีคืน อาจมีเวอร์ชันใหม่ เช่น เพิ่มวงเงินหรือขยายช่วงเวลาช้อปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  1. การปฏิรูประบบภาษีบุคคลธรรมดา
  • มีแนวคิดขยาย ฐานภาษีบุคคลธรรมดา พร้อมลดอัตราภาษีนิติบุคคลและปรับ VAT เพื่อรองรับสังคมสูงวัย เช่น แนวทางปรับโครงสร้างภาษีที่กำลังอยู่ในแผนของกระทรวงการคลัง
  1. ยุคใหม่ของการกำกับภาษีระหว่างประเทศ 
  • ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมาตรฐานภาษีขั้นต่ำ OECD 15% ทำให้นักลงทุนและบริษัทต่างชาติต้องมีระบบตรวจสอบภาษีจากต่างประเทศ (เช่น กำไรจากหุ้นต่างประเทศ) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเก็บเพิ่มเติม

สรุป

เรื่องการเงินเรื่องภาษีและการลดหย่อนภาษีเป็นอะไรที่ต้องรู้เพราะมันจะทำให้ชีวิตกับเราง่ายขึ้นและประหยัดขึ้น แต่ถ้าใครที่ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ก็ต้องไปปรึกษานะครับ มันจำเป็นจริงๆ